Inequality ความไม่เท่าเทียมที่แท้จริงคืออะไร
เราชอบคิดผ่าน หนังสือและสื่อต่าง ๆ ที่ได้ดูมาได้อ่านมา
ในหนังสือเรื่อง justice what's the right thing to do ทุกตอนเรื่องเล่าในมุมมองของความยุติธรรมต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าในช่วงพิบัตภัยต่างๆ ว่าการขายของที่เกินราคานั้น
ขัดหลักจริยธรรมหรือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของการค้าเสรี
การรับคนเข้าไปเรียนหรือแม้แต่การรับจ้างเป็นทหารและการอุ้มบุญก็เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง
คล้ายกับข่าวของบ้านเราที่พึ่งจะมีเร็วๆนี้เรื่องการรับจ้างอุ้มบุญ
ในสังคมของเรา
ความยุติธรรมกับความเท่าเทียม สำหรับเราแล้วแทบแยกจากกันไม่ออก
อาจจะเพราะสติปัญญาตอนนี้ไม่พอ ก็ได้ กับความซับซ้อนบางอย่างของปัญหา
 
วันก่อนก็นั่งดูเทดทอล์ค 4 เรื่องราวประทับใจจนน้ำมูกน้ำตาไหล ดีนะที่นั่งดูคนเดียว
แต่คิดว่าน่าจะดีกว่า
ถ้ามีคนมานั่งดูด้วยเยอะ ๆ ดูต่างเวลา ก็ได้
ตามเพลย์ลิสต์นี้ค่ะ
http://www.ted.com/playlists/193/the_importance_of_educating_gi

The importance of educating girls
- My daughter, Malala เป็นตอนที่พ่อของมาลาลา พูดถึงลูกสาวของเขา
ที่พึ่งได้รับรับรางวัลโนเบลไพรซ์ สาขาสันติภาพหมาด ๆ
เราดูก่อนหน้านี่้แล้ว แต่พอมานั่งดูลิสต์นี้อีกครั้ง ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าการที่พ่อแม่ส่งเสริมลูกสาว
ในสังคมแวดล้อม ที่ชายยังเป็นใหญ่ อยู่นั้นเป็นยังไง

สิ่งสำคัญที่เขาบอกในตอนท้ายว่า
"อย่าถามเลยว่าผมทำอะไร ถามสิว่าผมไม่ได้ทำอะไร ผมแค่ไม่ได้ตัดปีกของเธอออก ก็แค่นั้นเอง"

พ่อ ที่ส่งเสริมลูก อีกเรื่องที่ประทับใจ อยู่ในลิสต์นี้เช่นกัน
คือเรื่องราวของ ชาบาน่า ชาวอัฟกานิสถาน ที่สนับสนุนเรื่องการศึกษาของเธอ
พ่อที่ยอมตัดขาดจากพ่อของตัวเอง เพราะส่งเสริมให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือ
ในยามที่เธอจะถอดใจไม่อยากเรียน พ่อเธอบอกว่า 
"ฟัง นะ ลูกสาวของพ่อ ลูกอาจจะสูญเสียอะไรทุกอย่างในชีวิต เงินก็ถูกขโมยได้ ลูกอาจจะโดนบังคับให้ออกจากบ้านระหว่างสงครามก็ได้ แต่สิ่งเดียวที่จะอยู่กับลูกตลอดไป คือสิ่งที่อยู่ในนี้ และถ้าเราต้องขายเลือดของเราเพื่อจ่ายค่าเรียนให้ลูก เราก็จะทำ หนูยังไม่อยากเรียนต่ออยู่ไหม?"

อีกเรื่องเป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับเรา เรื่องที่เขาเล่า
คือสังคมที่ให้เด็กสาวเข้าพิธี พิธีที่ว่าคือการตัดปุ่มคลิตอริส ออก
การเรียน คือสิ่งที่สังคมไม่ได้เปิดให้เด็กสาวเลือกมากนัก
เธอต้องต่อสู้เพื่อให้ได้เรียน และกลับมาเปิดโรงเรียนให้เด็กผู้หญิงได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราว
และสิทธิขั้นพื้นฐานที่เธอสมควรได้รับ
 
คนสุดท้ายของเพลย์ลิสต์นี้คือลิม่า
ผู้หญิงที่ร่วมผลักดัน ให้ผู้หญิงได้รับการศึกษา
และยังสนับสนุนให้ผู้หญิงได้รับโอกาสมีสิทธิ์มีเสียงในการโหวตเสียง
จนเธอได้รับรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพ
 
ถ้าสนใจก็สามารถเข้าไปดูได้ตามลิงค์ที่ให้
 
ในบ้านเรา ที่เหมือนจะพูดได้ว่า เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้เรียน
แต่ความเป็นจริงแล้ว ก็ยังมีเด็กที่ไม่ได้เรียนอยู่ดี
เรื่องการศึกษาเรื่องเดียว ก็พบความเหลื่อมล้ำตั้งมากมาย

ความต่างของรายได้
แม้แต่การเลือกที่จะตาย...
บางที มันติดอยู่ที่ความคิดของเรา เหมือนกัน
ว่าความเท่าเทียมของเรา
เราใช้อะไรวัดเอา...
ในการตัดสินใจของมนุษย์คนหนึ่งที่พึงกระทำต่อตัวเอง และผู้คนรอบข้าง

Blog Action Day

หัวข้อปีนี้คือ
ความไม่เท่าเทียม, Inequality

นาน ๆ เขียนบลอคทีก็นึกไม่ค่อยออกเหมือนกันแฮะ
see you tomorrow i will tell you something... ^^



ติดตามข่าวสาร และร่วมเขียนบลอค ได้ที่ https://www.facebook.com/blogactionday

goodread คืออะไร

posted on 21 Dec 2013 13:34 by hypercat in diary directory Lifestyle, Knowledge, Diary
goodread คืออะไร

เขียนใหม่ 2556-12-21

เนื่องจากมีคนถามมาหลายคน เราก็ตอบแบบเดิม
หนำซ้ำบางทีก็ก้อบข้อความเก่ามาแก้ไขนิดหน่อยเท่านั้นเอง
และส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นเหมือนเว็บอ่านหนังสือออนไลน์
เพราะจะถามมาอย่างแรกเลยคือ

****** "เว็บนี้อ่านหนังสือยังไง ?"

ดังนั้นจึงขอเรียบเรียงใหม่ ไว้ก้อบให้อ่านทีเดียวแบบแนะนำไปเลย
ก่อนอื่นต้องแนะนำก่อนว่า เว็บนี้เขาทำเพื่ออะไร
"กุ๊ดรีด เป็นเว็บสำหรับแนะนำหนังสือ"
และที่สำคัญคือช่วยให้คน ค้นหาหนังสือที่ชอบ และช่วยแนะนำหนังสือที่ชอบต่อไป

ดังนั้นเราก็ตอบตามเป้าของเว็บคือ เว็บนี้เป็นเว็บรีวิวหนังสือค่ะ
ไม่ได้มีให้อ่านออนไลน์

หนังสือไทยส่วนใหญ่ ยังไม่มีอีบุคจำหน่ายมาก เพราะเน้นตลาดหนังสือเล่มอยู่
แต่แนวโน้มของอีบุค อาจจะต้องรออีก 3-5 ปี หนังสือน่าจะเยอะขึ้น
อาจจะมีหนังสือดี และฟรี มาให้ได้อ่านกันเยอะขึ้นและกดอ่านได้ในอนาคตค่ะ

ข้อมูลหนังสือส่วนใหญ่ในเว็บก็จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ให้ไปหาหนังสือจริงอ่านค่ะ
ที่อ่านได้จะมีเรื่องที่โพสต์โดยสมาชิกเท่านั้นค่ะ เหมือนเขียนบลอก
ระบบหนังสือจะเป็นเหมือนฐานข้อมูลหนังสือเท่านั้นค่ะ

แต่ก็เป็นข้อมูลหนังสือที่เยอะนะคะ
ดูจากฐานสมากชิกนักอ่านผู้ใช้แล้ว
สมาชิก 20 ล้าน ยูสเซอร์
หนังสือที่แอดอยู่ในระบบ 570 ล้าน
คนรีวิว-แนะนำหนังสือ 24 ล้าน
ดังนั้นมาช่วยกันแอดหนังสือไทยเข้าไปเยอะ ๆ นะ
เผื่อหนังสือดี ๆ จากไทยเราจะได้ไปรู้จักในอีกซีกโลก

*****แอดหนังสือเข้าไปยังไง
ถ้าหนังสือที่เราอ่านไม่มีในระบบ ก็สามารถแอดรายละเอียดข้อมูลหนังสือเข้าไปใหม่ได้
ถ้าไม่ซ้ำกับที่มีคนเคยโพสต์แล้ว (ดูจาก isbn)
การแอดหนังสือครั้งแรกเป็นการแอดเข้าฐานข้อมูล
และหากจะแอดหนังสือเข้าชั้นของเราต้องกดเลือกอีกทีเมื่อเพิ่มหนังสือเข้าระบบแล้วนั่นเอง

***** แอดหนังสือแล้วยังไงต่อ
เราสามารถอัพเดทว่าอ่านถึงไหน มีความเห็นอย่างไร
อ่านจบจะรีวิวเปล่า ชอบมากน้อยแค่ไหน
มีการให้คะแนน โดยจะมีค่าเฉลี่ยจากฐานคนที่อ่านเล่มเดียวกันแสดง

****** แล้วอ่านออนไลน์ไม่ได้เหรอ
ที่จริงสำหรับอีบุค เขาก็มีให้อ่านและให้อัพโหลดได้ เหมือนกัน
แต่ไม่แน่ใจว่ารูปแบบข้อตกลงเป็นแบบไหน ถูกต้องหรือเปล่า
(หมายถึงได้รับอนญาตแล้วหรือเปล่าหรือว่าเอาลงให้อ่านเฉย ๆ) น่ะค่ะ
โดยดูจากลิงค์นี้ค่ะ https://www.goodreads.com/index
(ส่วนใหญ่ยังมีแต่หนังสือภาษาอังกฤษค่ะ)

****** เขียนเรื่องลงเองได้มั้ย
สามารถเขียนเรื่องลงเองได้ค่ะ
โดยดูตัวอย่างได้จากหน้ารวมนักเขียน
https://www.goodreads.com/story
ลองกดดูเพิ่มเติม explore มันจะมีเลือกหลายอย่าง
เช่น
- รวมโควทจากนักเขียนต่าง ๆ  https://www.goodreads.com/story
- รวมหน้าสำหรับนักเขียน https://www.goodreads.com/story

แล้วก็ถ้าเกิดว่าเราตามนักเขียนคนไหน เวลาที่เราดูหนังสือ
สามารถเข้าไปที่หน้าเพจของนักเขียน กรณีที่มีการสร้างในนี้
จะมีให้กดเป็นแฟนคลับได้ค่ะ
และติดตามข่าวสารได้ค่ะ

ที่สำคัญจุดเด่นอีกอันก็คือ การให้โหวตหนังสือในดวงใจของนักอ่าน เขาจะมีจัดทุกปี
อีกอย่างก็คือให้นักอ่านตั้งเป้าการอ่านหนังสือในแต่ละปี

ดูดีมาก ทั้งสองกิจกรรม
อีกอย่างก็คือว่าถ้าเกิดว่าเราตามนักเขียนคนไหน
แล้วเขาก็จะแจ้งเป็นระยะถ้ามีอีเว้นท์อะไร
บางทีก็มีแบบแชท-ฟังนักเขียน ออนไลน์

กิ๊บเก๋มากอันนี้
เท่านี้ก่อนค่ะ

ที่เหลือ พูดคุยถามได้เลยนะคะกดเป็นเพื่อนกันได้ในกุ๊ดรีดค่ะ
ขอบคุณค่ะ
 

ปล. อันเดิม เคยเขียนไว้ที่ เอ็กทีน

 

อ่านหนังสือ และมาใช้ good read กันนะ

http://hypercat.exteen.com/20120424/good-read

 

เจอขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ใน good read - quotes

http://hypercat.exteen.com/20120502/good-read-quotes

 

อาจจะยังมีต่อไป...

to be continue...

วาเลนไทน์ นี้ ชวนมอบหนังสือดีแด่น้องผู้ด้อยโอกาสในชนบท

ผ่านโครงการอุปการะเด็กและทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ในชนบท  มูลนิธิเด็ก

 

ร่วมมอบโอกาสให้เด็กในชนบทที่อยู่ห่างไกล ได้อ่านหนังสือดี

 

ในโอกาสวันแห่งความรักนี้ สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก เชิญชวนร่วมแบ่งปันความรักผ่านหนังสือหนังสือดี เพื่อมอบแด่น้องผู้ด้อยโอกาสในชนบท ผ่านโครงการอุปการะเด็กและทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ในชนบท  มูลนิธิเด็ก ที่ ครอบครัวที่ยากจน และขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือดี ๆ ในงาน “บอกรักด้วยหนังสือ : Say I love with a book” (ปีที่ 2) รณรงค์ส่งเสริมการอ่าน จุดประกายการสร้างค่านิยมใหม่สำหรับการให้ของขวัญในเทศกาลวันแห่งความรัก ด้วยการมอบหนังสือสื่อแทนใจแก่กัน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา เวลา 11.00 – 14.00 น.ณ บริเวณลาน Park @ Siam ด้านข้างศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์ จัดโดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก โทร. 02-881-1734 เว็บไซต์ www.cartoonthai.in.th

 

 

การได้อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม สามารถสร้างแรงบันดาลใจ หรือเปลี่ยนชีวิตของคนได้

ร่วมแบ่งปันความรัก ผ่านหนังสือ ส่งมอบความปรารถนาดีที่สร้างปัญญา ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อเด็ก ครอบครัว และสังคมต่อไป

ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ และคนที่ตนรักมีความสุข

แบ่งปันความสุขที่เรามีให้แก่กัน  เมื่อเราสุข เขาก็สุข... ความสุขย่อมเพิ่มเป็น 2 เท่า และแผ่ขยายออกไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

กำหนดการ “บอกรักด้วยหนังสือ”
วันพฤหัสบดีที่  14 กุมภาพันธ์  2556 เวลา 11.00 – 14.00 น.
ณ ลานPark @ siam ด้านข้างศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์
จัดโดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์

 

11.00 น.                                 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน และรับของที่ระลึก “ชุดหนังสือทำมือ”
11.00 น.เป็นต้นไป                ร่วมกิจกรรมD.I.Y “Pop up Card”จากกลุ่ม BookLoverClub
                                                และวาดภาพการ์ตูนล้อคู่รัก จากกลุ่มเครือข่ายการ์ตูนไทยสร้างสุข

12.00น.                                  ลงทะเบียน สื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ

12.45 น.                การแสดงเปิดงาน “แสงความรักในหน้ากระดาษ”  

13.00 – 14.00 น.                   เสวนา“บอกรักด้วยหนังสือ”
                                                โดย         - คุณสุดใจ  พรหมเกิด : ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
                                                - คุณธนวรรธน์ วรรธนะภูติ (โป๊บ) : ดารานักแสดงจากละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ

* พิธีการดำเนินรายการโดย คุณวรวิตา จันทร์หุ่น (รองชนะเลิศอันดับสอง นางสาวไทยปี 2552)

                                                ร่วมแสดงพลัง “บอกรักด้วยหนังสือ” พร้อมกันและถ่ายภาพ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โปรโมชั่น แบ่งปันหนังสือดี ในงาน “บอกรักด้วยหนังสือ : Say I love with a book” (ปีที่ 2)

ส่งหนังสือบอกรัก ãเพราะอยากแบ่งปัน ãด้วยเรานับถือกัน ãเพราะเราเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ã

เพราะเรามีความชอบที่คล้ายกัน ãด้วยความหวังดีอยากให้มีกำลังใจãเพราะเรารักกันã

 

พิเศษ สำหรับการซื้อหนังสือบริจาค เพื่อน้องผู้ด้อยโอกาสในชนบท ผ่านโครงการอุปการะเด็กและทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ในชนบท มูลนิธิเด็ก จำนวน 500 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าผ้า “ขอบคุณความรัก” ฟรี (มีจำนวนจำกัด)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สนใจอุปการะเด็กและทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ในชนบท ติดต่อ :โครงการอุปการะเด็กและทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ในชนบท  มูลนิธิเด็ก  โทร. 02-814-1481-7  เว็บไซต์  www.ffc.or.th

สถาบันสวัสดิการและพัฒนาการเด็กมูลนิธิเด็ก

  •   ให้การสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือ
  •   สร้างสรรค์และดำเนินกิจกรรมพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชน ให้เป็นรูปธรรมเพื่อนำเสนอให้เป็นทางเลือกในสังคม
  •   นำเสนอข้อมูลจากการทำงาน เพื่อสะท้อนปัญหาเสนอทางออก และผลักดันเชิงนโยบายด้านเด็ก และครอบครัวผ่านสาธารณะ
  •   ส่งเสริมองค์กรท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานด้านเด็ก ครอบครัว และชุมชน

 

มูลนิธิเด็กเป็นมูลนิธิที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากกระทรวงการคลัง
ผู้บริจาคสามารถนำจำนวนเงินที่บริจาคให้มูลนิธิหรือโครงการใด ๆของมูลนิธิไปหักจากรายได้รวมเพื่อลดหย่อนภาษีประจำปีได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“เพราะความรัก มักทำให้ใจเรางดงาม”

ทะเลสาปสังขยา !!!!

posted on 12 Feb 2013 03:18 by hypercat in diary directory Knowledge, Diary

อะไร ทำให้ทะเลสาป Ypacarai ในปารากวัยกลายเป็นทะเลสังขยา

 
 

วันนี้ได้มีโอกาสอ่านข่าวหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมาก นั่นก็คือ ทะเลสาป Ypacarai ในปารากวัยกลายเป็นทะเลสาปสังขยา !!! (โอ๊วส์ แม้เจ้า...!!!! ) ซึ่ง เมื่อดูจากภาพข่าว แทบจะเรียกแบบนั้นได้ทันที คือ เห็นภาพแล้วอยู่ ๆ ก็อยากกินหนมปังสังขยาซะงั้นอะ แม้ว่าความจริงมันคือภาพน้ำเน่าก็เหอะ !!! (เค้าขอโทษวิญญาณปลาทั้งหลายด้วย - ก็อาจจะเรียกได้ตามความเข้าใจของคนบ้านเรา –ไปเรียกที่อื่นอาจจะงงได้นะเออ - เค้าขอโทษวิญญาณปลาทั้งหลายด้วย >___< น่าสงสาร ลอยขึ้นมาตายบนฟองสังขยา อย่างกะปลาตากแห้ง - .. - ! ยัง มันยังไม่เลิก)

 

 

จากการอ่านข่าวทั้งภาษาไทย และอังกฤษอย่างงู ๆ ปลา ๆ ใช้เวลาอ่านทำความเข้าใจ (กว่า 4-5 ชั่วโมงมาแล้ว จนถึงขนาดอยากเม้าท์ไปให้รู้เรื่องอยู่นี่) ทั้งใช้โปรแกรมแปล เพราะอยากรู้เรื่องราว อ่านไปซักพัก ก็ของขึ้นบ้าง อยากจะเม้าท์ อยากจะบ่น ให้มันสะใจ เพราะละอายใจในการกระทำของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว (ก็แปล เอาคร่าว ๆ เรียบเรียงเอาแบบที่เข้าใจแล้วกันนะ)

 

เรื่องนี้ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้น หากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาและรัฐบาลเขาหาทางจัดการกับปัญหานี้มาได้ 5 เดือนกว่าแล้ว (เอ๊ะหรือว่านานกว่านั้น แต่มันพึ่งออกลายให้เห็น)

สาเหตุหละมันมาจากอะไร อะไรทำให้มันเขียวปี๋ ข้นเหนียวได้ขนาดนั้น (เราบรรยายเอาตามภาพที่เห็นตามที่รู้สึกเลย)

 

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ย้อนไปไกลถึงสามปีก่อน (สิงหาคม 2010) กระทรวงการสื่อสารของทางปารากวัย (Paraguay’s public works and communications ministry (MOPC) ) ได้มีการเสนอโครงการทำความสะอาดทะเลสาป Ypacarai ซึ่งเสนอต่อกระทรวงสิ่งแวดล้อม (environment ministry (Seam)) (ขอบอกกระทรวงบ้านเขาเยอะมากกกกก จะเป็นทางการก็กลัวแปลผิดนะ) เพื่อวางระบบการระบายน้ำทิ้งรวมถึงโครงการพื้นฐานอื่น ๆ รอบ ๆ ในการให้ทะเลสาบ ฟื้นฟูตามธรรมชาติ

โดยมีบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลี ซัมซุง สนับสนุนงบประมาณ 5 ล้าน ยูเอสดอลล่า !!! ร่วมป็นส่วนหนึ่งในโครงการรับผิดชอบสังคม ในการร่วมฟื้นฟู  เป้าหมายของโครงการ คือการสร้างระบบฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อปกป้องระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลสาป

 

(อ่านข่าวนี้ เกิดคำถามขึ้นในหัวอีกแล้วว่า ทำไม โปรเจคนี้ถึง ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลเท่าที่ควร

หรือสู้การเปลี่ยนแปลง การเติบโตอย่างโฮกกฮากกของอุตสาหกรรมในพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้)

 

มาต่อ ๆ เล่าต่อ

ย้อนไปก่อนหน้านี้

ทางการได้ออกมาประกาศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2012 (หรือ ตุลาคม ปี 2555 ที่ผ่านมา)

ว่าห้ามลงว่ายน้ำในทะเลสาบ เนื่องจากจะได้รับสารพิษจากการปนเปือนมลพิษจากอุตสาหกรรม

 

แทบจะเรียกว่าจบสิ้นตำนาน แห่งทะเลสาบกันเลยทีเดียว

เมืองท่องเที่ยว ทะเลสาบแห่งแรงบันดาลใจในตำนาน ผ่านบทกวี และดนตรีต่าง ๆ มากมาย

(อะฟังเพลงไปด้วยอ่านไปด้วยแล้วกันนะ - จะเครียดเพิ่มแทนหรือเปล่า)

 

ตอนนี้ทะเลสาบอยู่ในภาวะที่เรียกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินยิ่งกว่าฉุกเฉิน

เพราะการแพร่กระจายของสาหร่ายที่กินพื้นที่กว่า 50 ไมล์

ทางการ (The Minister of Health, Antonio Arbo) ได้แจ้งเตือน ห้ามคนลงว่ายน้ำในทะเลสาบ เพราะจะได้รับสารพิษ (ก็น่าอยู่หรอก)

 

ทั้งนี้ คุณ Casaccia อัยการด้านสิ่งแวดล้อม (the environment prosecutor, Jose Luis Casaccia) ได้กล่าวถึงสาเหตุว่ามาจากการปล่อยน้ำเสียที่เป็นสารพิษลงสู่ทะเลสาบส่งผลต่อการแพร่กระจายของสาหร่าย (สาหร่ายนี่แหละที่มากมายจนทำให้เป็นพิษ) ทำให้ผู้ที่ได้รับสารพิษ เกิดอาการอาเจียน ท้องเสี ปวดหัว และส่งผลต่อผิวหนัง (โอ๊วส์ ก็น่าอยู่หรอก) ทั้งนี้เขาบอกว่าจะไม่ปล่อยให้โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้น ลอยนวล

 

พบว่ามี 13 บริษัทขนาดใหญ่ และขนาดกลางและเล็กรวมกว่า 50 โรงงานที่ได้ตรวจสอบพบว่าไม่ได้จัดการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยส่งสู่ทะเลสาบ (และน่าจะดำเนินการกับโรงงานกว่า 200 แห่งได้ ภายในเดือนธันวาคม)

 

กฏหมายบ้านเขา ให้โทษจำคุก 5 ปีและเสียค่าปรับ รวมถึงปิดโรงงานเพื่อให้โรงงานจัดการอย่างจริงจังกับการบำบัดน้ำเสีย (บ้านเรา ก็น่าจะเป็นโรคแพ้เงิน อุ๊ปส์)

 

ทั้งนี้ ก็เลยส่งผลต่อการท่องเที่ยวเต็ม ๆ  เพราะได้สั่งให้ปิดรีสอร์ทริมละเลทั้งหลายกว่า 20 แห่ง เพื่อป้องกันนักท้องเที่ยวลงเล่นน้ำ – เอิ่ม ถ้าเห็นเขียวแบบนี้ ยังจะกล้าเล่นแล้วคิดว่ามันตื่นเต้นเร้าใจหรือไง !!!)

 

ปัญหามาจากโรงงานที่มากขึ้น แรงงานก็มากตาม คนก็ยิ่งเยอะ ขยะก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา ก็ยิ่งส่งผลให้ทั้งขยะ และสาหร่ายเพิ่มเป็นเงาตามตัว

(การจัดการกับขยะบ้านเขา ก็คงไม่ต่างจากบ้านเราตอนนี้เหมือนกัน)

 

ทั้งนี้รัฐบาลก็วางแผนจะจัดการกับปัญญาให้หมดไปภายในสองปี (ก็คงต้องเอาใจช่วยวินาทีนี้)

มองโดยรวมแล้ว มันก็เป็นปัญหามาจากทุกส่วน ทั้งโรงงานและน้ำมือมนุษย์ที่อาศัย และคนที่เข้ามาท่องเที่ยว ก็มีส่วนด้วยกันทั้งนั้น

 

คุณ Casaccia ยังได้กล่าวเพิ่มว่า มนุษย์กำลังทำลายสิ่งแวดล้อม อย่างชั่วร้าย ทะเลสาบไม่สามารถรับน้ำกว่าหลายล้านแกลลอนที่ปล่อยสารปนเปื้อนลงมาจากอุตสาหกรรมและจากหมู่บ้านต่าง ๆ (คนนี้ เขายั๊วะมาหลายที แต่ก็ไม่สามารถสื่อสารเล่าได้ 555 บอกได้แค่ว่าพี่แกยั๊วะมาก กับปัญหานี้ พี่แกต้องเอาจริง แน่ ๆ)

 

ทะเลสาบ Ypacaraí ย่านเมืองหลวง มีคนอยู่กว่า 2 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า ใน 30 - 40 ปี น้ำอาจจะมีกลิ่นเหม็นและเป็นพิษ ถ้าไม่รีบจัดการอย่างเร่งด่วน (ขนาดว่าข่าวนี้ คือเมื่อตุลา 2012 เองนะ )

 

หลังจาก นั้นไม่นาน (ก็สองเดือนตามที่กล่าวไว้ – เดือน ธันวาคม 2555) รัฐบาลเขาก็เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญญามาก (ก็หลังจากที่มันเสียไปหมดแล้ว) นอกจากการแก้ปัญหาโดยรัฐเองแล้ว ทุกหน่วยงานก็ได้เข้ามาร่วมแก้ไข ร่วมฟื้นฟู ทะเลสาบ

 

ผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งคำถามถึงปัญหาเหล่านี้ ว่าอะไรที่เราจะทำเพื่อป้องกัน และคาดหวังให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเอาจริงเอาจัง เลิก "เห็นแก่ตัว" (โดน) คิดถึงลูกหลาน ที่จะตัดสินการกระทำของรุ่นเราที่ทำในวันนี้ ในอนาคตด้วย

 

ผลของกระแพร่สารพิษในทะเลสาบทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

หลังจากผ่านมา 5 เดือน (ตุลาคม 2555 – กุมภาพันธ์ 2556)

นั่นก็คือ ปลาตายเป็นเบือ และขึ้นมาเกยหาดมากมาย (ตามที่บรรยายด้วยความหิวโหยข้างต้น)

และทุกคนที่อยู่อาศัยรอบบริเวณทะเลสาบต้องถูกให้สวมหน้ากาก เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น

การแพร่กระจายของสาหร่าย ที่เกิดจากการปนเปื้อน ทั้งจากขยะ สารพิษในโรงงานและขยะมูลฝอยต่าง ๆ

 

ทั้งนี้ 30 มค 2556 ที่ผ่านมา ทางรัฐ ก็ได้เร่งดำเนินคดีกับโรงงานต่าง ๆ โดยตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนโรงงานและบริษัท ที่ก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น โรงฆ่าสัตว์ ปั้มน้ำมัน สปา โรงงานวัสดุก่อสร้างที่ปล่อยน้ำเสีย

และจะใช้มาตรการทั้งหมดเพื่อที่จะหลีกเลี่ยง (หายนะครั้งสุดท้าย) ของทะเลสาบ

 

ในที่สุด (4 กพ. 2556) รัฐบาลก็ตัดสินใจ (หลังจากประชุมฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหากรณีทะเลสาบเลย) ที่จะใช้คลอลีนใส่ลงในน้ำในทะเลสาบเพื่อกำจัดกลิ่นที่เหม็นมาก ๆ (เค้าใช้แบดลี่สเมลเลยนะ) โดยได้รณรงค์และอพยพผู้ที่อาศัยบริเวณรอบทะสาบและเพื่อจัดการปัญหานี้

 

คงต้องเอาใจช่วยและติดตามดูการแก้ปัญหาของบ้านเขา

ผลกระทบระยะยาว เมื่อไหร่ การฟื้นฟู ถึงจะย้อนกลับไปได้ในสภาพเดิม

และเราเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวอย่าง ไม่เอาอาการแพ้เงินมาเป็นตัวตั้ง คิดว่า ใช้สมองนิดหน่อยก็ติดสินได้แล้ว

ว่าเราจะปล่อยแม่น้ำ ลำคลองบ้านเราให้เป็นแบบนั้นหรือเปล่า แล้วต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไหร่ที่จะเอามาใช้แก้ปัญหานี้

 

นี่ในที่อ่านมาทั้งหมด 5 เดือน เรายังไม่เห็นข่าวรายงานเลยว่า คนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษเหล่านี้ เป็นยังไงกันบ้าง ดูอย่างกรณี ห้วยคลิตี้ สิ กี่ปี ผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคนจนได้รับผลกระทบต่าง ๆ เป็นยังไง 

 

นี่ขนาดว่าข่าว ปลาตายลอยคอบ้านเราตั้งหลายที่ ยังไม่เห็นจะมีใครค่อยรับรู้ถึงการเตือนของธรรมชาติที่บอกเราเลยนะ ไหนจะปัญหาขณะที่ล้นแทบทุกเมืองของบ้านเรา ปัญหาอีก ฯลฯ ยากจะบรรยายหมด

แต่มันก็เห็นอนาคตลาง ๆ หากเราตามข่าวทะเลสาบนี้ไปเรื่อย ๆ ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว

ตัวเรานั่นแหละจะเป็นคนตัดสิน...

 

อะไรก็เกิดขึ้นได้ จะดีขึ้นหรือจะเล็วลง ขึ้นอยู่กับน้ำมือมนุษย์นั่นแหละ !!!

ว่าอยากจะอยู่โลกแบบไหน และต้องการสร้างโลกให้แก่คนรุ่นหลังยังไง  

 

 

ให้ดูคลิปความสวยงามในอดีต

 

 แหล่งข้อมูลสำหรับทะเลสาป Ypacarai

  • http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1360237373&grpid=02&catid=01&subcatid=0100 - 07 ก.พ. 2556 – ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
  • http://www.gotcha.co.th/news-update/hot-news/1302051718
  • http://news.mthai.com/world-news/216727.html - วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
  • http://www.bluechannel24.com/?p=20104 -  02-04-2013
  • http://www.ooskanews.com/daily-water-briefing/environmental-emergency-declared-paraguay-s-lake-ypacarai_26145 - 4 Feb 2013
  • http://www.nodeju.com/36033/lake-turns-bile-green-and-kills-all-fish.html - Feb 03 2013
  • http://www.dailymail.co.uk/news/article-2272629/Ypacarai-Lake-turns-toxic-green.html?ITO=1490&ns_mchannel=rss&ns_campaign=1490#axzz2Kbew9C2e - 3 February 2013
  • http://www.bluechannel24.com/?p=17158 - 12-10-2012
  • http://www.bluechannel24.com/?p=15711 - 10-22-2012
  • http://sanitationupdates.wordpress.com/tag/ypacarai-lake/ - August 12, 2010

 

สำหรับแห่งข้อมูลสิ่งแวดล้อม การเคลื่อนไหว ผลกระทบที่เห็นกันจะ ๆ

คงหนีไม่พ้น หากติดตามข่าวจากกรีนพีช

ติดตามกันได้ที่ https://www.facebook.com/greenpeaceseath?ref=ts&fref=ts

 

 

 

 

 

 

 

...................................

ความจริงเรื่องมันเริ่มมากจากการอ่านข่าวนี้นี่แหละ 

แล้วก็พบว่าเป็นข่าวเดียวข้อมูลซ้ำ ๆ ก๊อปปี้กันไปมา เรียบเรียงคำใหม่ 

เลยบ่นใส่เสตทเฟสบุค หลังจากตามอ่านข่าวมากมายเลยอยากจะเม้าท์เล่าให้ฟังเท่านั้นแหละ 

 

ข่าวบ้านเรานี่ก็แปลกเนอะ ...
นักข่าวบางคน ของหนังสือพิมพ์บางที่ ซึ่งมีหน้าที่สื่อสาร เข้าถึงแหล่งข้อมูลมากกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันก็พบว่า นักข่าวหนังสือพิมพ์ กลับหาข้อมูล จากแหล่งข้อมูล ที่เป็นเว็บธรรมดา แล้วก็ให้เครดิตว่าเอามาจากไหน

ไม่ได้หาข้อมูลต่อว่า แล้วแนวโน้มของเรื่องนั้น มันจะไปยังไงต่อไป
ทั้ง ๆ ที่แหล่งข่าวที่มีข้อมูลมากกว่าก็อยู่หน้าคอมอยู่แล้ว
แค่รายงานข่าวจริง ๆ สินะ